Wednesday, September 9, 2009

Roadmap 3 ปัจจัยง่ายๆ ทำเงินได้แน่กับ AdSense



การทำเงินกับ Google AdSense ฟังดูเหมือนฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงสำหรับคนมากมาย แต่สำหรับคนที่ทำสำเร็จแล้ว เมื่อมองย้อนกลับมาก็จะเห็นทันทีว่า เคล็ดลับมันคืออะไร และอะไรที่เป็นสาเหตทำให้หาเงินเป็นกอบเป็นกำไม่ได้ซักที

วันนี้ผมจะมาบอกในประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมเอง หลังจากล้มลุกคลุกคลานมานานเหมือนทุกๆ คน แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อมีเงินเข้ามาในบัญชี AdSense วันละ $20-$40 ผมก็เข้าใจทันทีว่ามันคืออะไร และผมก็เชื่อว่าหลายคนคงรู้คำตอบกันดี แต่ไม่อดทนพอที่จะลงมือทำกันให้ถึงช่วงเวลาที่เป็นเส้นแบ่งกลางระหว่างความล้มเหลว และความสำเร็จ ผมเข้าใจในเรื่องที่ว่าอดทดไม่พอ เพราะมันเป็นเหมือนการว่ายน้ำออกไปไม่เห็นฝั่ง ใครล่ะจะทนว่ายไปเรื่อยๆ ได้ไกล ดังนั้น คนที่ทำสำเร็จก็คือคนที่ไม่เผื่อแรงว่ายกลับนั่นเอง และต่อไปนี้ก็คือ Roadmap แบบคร่าวๆ หนึ่งในหลาย Roadmap ที่ผมเลือกมาที่คิดว่าน่าจะทำตามได้ง่ายที่สุด…



ปัจจัย 1: Unique Content (ผมได้ยินเสียงผู้อ่านเริ่มหาว) Unique Content คือคำตอบของทุกสิ่งจริงๆ ขอเพียงให้คุณใช้ Unique Content ที่หามาได้ ไม่ว่าจะเขียนดีเขียนห่วยแค่ไหน หรือใช้เครื่อง rewrite มาก็ตาม แต่ขอให้เป็น Unique และมีคีย์เวิร์ดเป็นใช้ได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มี Software และ Plugin ช่วยในเรื่องนี้หลายตัวที่ผมได้เคยแนะนำไปบ้างจากโพสก่อนๆ

( จากผู้อ่าน: อันนี้ยังไม่ได้ลอง copy เค้าตลอด แต่กำลังจะคิด copy แล้วแปลไปเป็นอีกภาษา ใช้ google translate แปลไปเลย มันไม่ 100% แต่ว่า เป็น Unique content ของแต่ละภาษาแน่ อิอิ แค่คิดน่ะว่าน่าจะใช่ คงต้องไปลองทำดู หมายถึงผม คงต้องลองไปทำดู ได้ผลแล้วจะมารายงานคร๊าบผม )


ปัจจัย 2: Update- Update- Update อัปเดทบทความที่มีเข้าไปในบล็อกอย่างน้อยสองวันครั้ง ผมคงไม่ต้องขยายความตรงจุดนี้ให้มากนัก แค่อยากบอกว่า สิ่งนี้เองที่หลายคนล้มเลิกเร็วเกินไป ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จหรือมองเห็นว่า 1 เดือนช่างเป็นเวลาที่ยาวนานซะเหลือเกิน แต่ขอให้จำไว้ว่า ถ้าคุณอดทนทำได้อย่างที่บอกเป็นเวลา 3 เดือน คุณจะเห็นความแตกต่างของรายได้อย่างชัดเจน (จากผู้อ่าน,ลองทำแล้ว ได้ผลดีจริงๆ )


ปัจจัย 3: ใช้บล็อก .com ที่สร้างด้วย WordPress และ Plugins ช่วย SEO ต่างๆ ถ้าไม่มีเงินใช้ Blogger ได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะใช้อะไร จำไว้ว่า ต้องวาง Ads ในตำแหน่งที่เคยบอกไว้ในโพสนี้ วาง ad ใน blogger (จากผู้อ่าน: อันนี้เริ่มลงมือทำแล้ว รอดูผล... ตามสโลแกนที่ว่า Yes, Make it right now, Don't hesitate. )


หมดแล้วครับมี 3 ปัจจัยหลักแค่นี้เองที่จะนำพาเงินจาก Google AdSense ในจำนวนที่เลี้ยงชีพพอได้โดยไม่ต้องออกไปทำงานประจำ คุณอาจจะมองหาปัจจัยที่เกี่ยวกับลิงก์ จำนวนลิงก์ backlinks ซึ่งต้องขอบอกเลยว่ามันเป็นเรื่องรองลงสำหรับคนที่มี Unique Content (จากผู้อ่าน www.digitalmoneylife.com : คิดว่าจะเริ่มต้นทดลองทำตั้งแต่วันนีเลยครับผม )


เมื่อทำอย่างตามนั้นได้ สิ่งที่เหลือทุกอย่างจะตามมาเอง จากปัจจัย 3 อย่างนี้ เมื่อสิ้นเดือน 3 คุณจะเห็น impression อย่างน้อยวันละ 1000 (20-50 คลิก) และจะขึ้นไปเรื่อยๆ เป็น 2000 และ 3000 ถ้าคุณยังอัปเดทบทความไม่หยุด click และ impression มันจะเพิ่มจำนวนไปเรื่อยๆ นอกจากนั้นจากความเก่าของเว็บ มันก็จะทำให้ ad มีราคาค่าคลิกมากขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้าเห็นว่ารายได้ต่อคลิกน้อยเกินไป ก็เปลี่ยนคีย์เวิร์ด ลองทำตลาดอื่นๆ ดูบ้าง ขยายกิจการต่อไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ฝากลิงก์ซักนิดหน่อยตามความสะดวกแบบไม่ต้องบีบคอตัวเอง เมื่อถึงเวลานั้น คุณจะเหมือนกับผมที่มองย้อนกลับมาแล้วบอกกับตัวเองว่า “รู้งี้ทำตั้งนานแล้ว”

ทำไมทำ AdSense ไม่เคยกะตัง เลย

คำถามนี้ใครๆก็ต้องเคยสงสัย ผมเองก็เคยสงสัย และสงสัยอยู่เป็นปี แต่ก็ได้คำตอบในที่สุด ที่กว่าจะได้มาก็ต้องแลกกับเวลาและความพยายามค่อนข้างมากทีเดียว

สิ่งแรกเลยที่เป็นปัญหาของคนไทยที่ทำ AdSense แล้วไม่ได้เงินคือ การเลือกคีย์เวิร์ดผิดๆ เลือกคีย์เวิร์ดที่ค่าคลิกน้อย แต่นั่นก็ไม่เท่ากับความอดทนที่มีน้อย และใจร้อนเกินไป คนส่วนใหญ่จะชอบคิดไปว่าการหาเงินทางเน็ตนั้นจะต้องเป็นอะไรที่เร็วทันใจ ทำวันนี้ได้อาทิตย์หน้าอะไรอย่างนี้ ซึ่งนั่นเอง ผมว่าถ้าขายของออนไลน์ก็ไม่แปลกหรอกครับ ถ้ารู้ว่าจะขายอะไรแล้วขายได้ ก็จะได้เงินเร็วแน่นอน แต่ไม่ใช่ AdSense แน่นอน แม้เว็บปั่นก็ตามยังต้องรอเป็นเดือนเลยกว่าจะเห็นผลที่น่าพอใจแบบเป็นรูปธรรมจริงๆ



เรื่องสุดท้ายที่เห็นบ่อยที่สุดก็คึือ ปิดเว็บเร็วเกินไป พอไม่เห็นคลิกเพียงไม่กี่เดือน ก็ปิด เลิกทำกันไปเลย มันเร็วไปครับ ผมว่าอย่างน้อยต้องรอซักปีหนึ่ง และช่วงเวลาที่รอนั้นก็โปรโมทมันเข้าไป เหลือเวลาก็ทำเว็บที่อื่นอีกได้ เอาบทเรียนจากเว็บแรกมาทบทวนดู เพราะเท่าที่ผมดูฝรั่งส่วนใหญ่ที่ทำเงินได้มากมายกับวงการ PPC ก็ล้วนแต่ใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีทั้งนั้น ในการทำสิ่งเดิมๆไปเรื่อยๆ นั่งโพสไปอาทิตย์ละโพสสองโพส จนบล็อกมีคนติดเอง ก็ไม่เคยซักทีที่เห็นบล็อกไหนเกิดมาได้ 2-3 เดือนแล้วทำเงินได้วันละเป็นร้อยเหรียญ แต่ก็นั่นแหละครับ เขาเขียนภาษาอังกฤษได้ ไม่เหมือนเราๆท่านๆส่วนใหญ่

แต่ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องบทความต่างๆ ผมก็คิดว่าทางออกที่ดีที่สุดในการทำเงินกับ PPC อย่าง AdSense หรือ Chitika ก็คือการทำเว็บไดเร็คทอรี่ซะเอง แค่หาคีย์เวิร์ดมา วงการที่ไม่เกร่อนัก แต่มีค่าคลิกไม่ต่ำว่า 1 เหรียญนะ ต่ำกว่านั้นผมว่าเสียเวลามากไปในการรอ ปกติก็รอแย่แล้วกว่าจะได้คลิก จากนั้นรวบรวมลิงก์มาให้ได้มากที่สุด แล้วก็เอา ad วางให้กลมกลืนกับลิงก์ที่ว่า จากนั้นก็ฝากลิงก์และโปรโมท โดยไม่ต้องพึ่งบทความอะไรเลย ผมเห็นมีคนไทยทำแบบนี้ ได้เดือนละหลายหมื่นบาทก็มีครับ เป็นไปได้ทีเดียว เก็บไว้เป็นออฟชั่นแล้วกันครับ ในการทำเว็บหากินกับ PPC

หมวดหมู่และความนิยมของ key word



ค้นพบหมวดหมู่ของนิชคีย์เวิร์ดที่ทำเงินด้วยตัวคุณเอง

ทุกครั้งที่ผมจะหานิชคีย์เวิร์ด ผมจะแบ่งคีย์เวิร์ดออกเป็นหมวดหมู่ ซึ่งแต่ละหมวดหมู่ก็จะมีนิชคีย์เวิร์ดแยกออกไปตามตลาดที่ต่างกัน และนิชคีย์เวิร์ดที่สามารถทำเงินได้ก็แบ่งได้เป็น 5หมวดหมู่ดังนี้



1- นิชเกี่ยวกับการเงิน (finance niches) เช่น loan, debt, banking, student loan, online investing, forex, stock market, currency exchange, realastate ฯลฯ

2- นิชเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า (consumer electronics niches) sony dvd player, samsung plasma tv, air conditioner, sony ps2, personal computer, dell computer, toshiba notebook, apple iphone, nokia mobile phone, floor heatingฯลฯ

3- นิชเกี่ยวกับงานบริการและท่องเที่ยว (service & travel niches) เช่น boston legal, cheap hotel rates, tax attorney, law firm marketing, escort service, dating service, cheap cruise, cheap flight ฯลฯ

4- นิชเกี่ยวกับความสวยความงาม (beauty product niches) เช่น hair removal, high heel shoes, prada handbag, acne laser treatments ฯลฯ

5- นิชเกี่ยวกับโรงเรียนและการฝึกฝน (school & training niches) เช่น yoga, driving lessons, weight training, language school, horse trainingฯลฯ

คุณจะสังเกตุเห็นได้ว่านิชคีย์เวิร์ดที่ผมเลือกมาใช้นั้น จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอินเตอร์เน็ตน้อยมาก เรื่องที่เป็นเรื่องที่คุ้นเคยกับเว็บมาสเตอร์หรือการหากินด้วยเว็บไซต์ต่างๆก็คุณควรหนีให้ห่างถ้าอยากทำเงินกับ AdSense คีย์เวิร์ดที่คุณควรให้ความสนใจส่วนใหญ่ควรจะเป็นเรื่องที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของคนทั่วๆไปในโลกแห่งความจริง ไม่ใช่โลกออนไลน์

นิชคีย์เวิร์ดในแต่ละหมวดหมู่ที่ว่ามานี้ จะเป็นไอเดียที่ดีให้คุณสามารถเอาไปหาจำนวนค้นหาในแต่ละวันได้จาก WordTracker Free หรือดูความนิยมและที่มาของคนค้นหาจาก Google Trends (http://trends.google.com)

แปลกจัง ทำไมคนคลิก Ad น้อย

เดี๋ยวนี้คลิกกันน้อยลง เนื่องจากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งถ้าใครพบว่าตัวเองทำเว็บ whitehat แล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้ คือมีคนเข้าเพียบ แต่ไม่มีคลิกเลย แม้แต่คลิกเดียว เหมือนกับบล็อก DML แห่งนี้ ซึ่งผมก็รู้ดีอยู่แล้วว่าทำบล็อกแบบนี้ไม่มีใครคลิก Ad หรอก แต่ก็ทำเพราะอยากทำ และโพสนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ได้มากสำหรับทุกคนที่เจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ ซึ่งผมจะมาแจกแจงให้ฟังดังนี้
ทำไมไม่มีใครคลิก Ad เลย



เหตุผลที่ 1. เห็นแล้วรู้แล้วว่า ad มันคืออะไร

หลังที่ Google AdSense เกิดขึ้นมาได้จะสิบปี ป่านนี้นักท่องเว็บทุกคนจำกันได้หมดแล้วว่าคลิกไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น การเห็น ป้ายโฆษณา Contextual Ad ก็เหมือนสัญญาณบอกเหตุไม่ให้คลิกนั่นเอง ดังนั้น ถ้าคุณพบว่าเว็บคุณมีคนเข้ามากมาย แต่ไม่มีใครคลิก คุณ ก็ต้องลืมกฎทุกอย่างวิธีทุกวิธีที่เคยเรียนรู้มา อย่างเช่นของการทำให้ ad กลมกลืนกับเว็บ เพราะมันไม่ช่วยอะไรอีกต่อไปแล้ว แล้วปรับเปลีี่ยนให้หน้าตาของ Ad ประหลาดขึ้น เปลี่ยน font เปลี่ยนสีให้ประหลาดๆ ไม่ให้จำได้ ไม่ให้เหมือนเดิม ลองเอาไปทำดู ขนาด ezinearticles.com ยังเปลี่ยน font ของ ad ซะแปลกประหลาด ผมว่าเขาก็คงเจอปัญหาเดียวกันนี้เองแน่นอน

เหตุผลที่ 2. บทความดีเกินไป!!

ใช่แล้วครับ คุณได้ยินไม่ผิดแน่นอน สิ่งนี้ถูกทดสอบมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าคุณจัดหาบทความดีๆ ยาวๆ ครบถ้วนกระบวนความ ให้ความรู้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผู้อ่านก็จะไม่รู้สึกว่าต้องการอะไรเพิ่มอีก ดังนั้น ก็จะไม่มีการคลิกเกิดขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าคุณให้บทความที่ขาดๆ เกินๆ อ่านไม่รู้เรื่อง หรือมีแค่ไทเทิ้ล ให้ฉงวยงวยงง ผู้อ่านก็จะได้รับความรู้สึกที่อยากจะหลีกหนี หรือต้องการจะหาข้อมูลเพื่ออ่านต่อ และผลที่ตามมาก็คือ หาอะไรที่ใกล้ที่สุดคลิกไปก่อน เพื่อจะได้ออกจากที่ตรงนั้น

เหตุผลที่ 3. คุณทำ Whitehat

เหตุผลนี้ก็จะคล้ายๆ กับ ข้อ 2 นั่นเอง บางครั้งทำเว็บหน้าตาแย่ๆ ปั่นบทความมั่วๆ ก็ทำให้โอกาสการได้รับคลิกมีมากกว่า ซึ่งถ้าผมพูดแบบนี้เมื่อ 3-4 ปีก่อน ทุกคนคงหาว่าผมบ้า แต่วันนี้ทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่คนจำ ad กันได้หมดว่าคลิกเข้่าไปแล้วจะเจออะไร แต่ก็ไม่เสมอไปนะครับ ว่าทำ whitehat แล้วจะไม่มีคนคลิก มันขึ้นอยู่กับประเภทของบททความด้วย ซึ่งดูได้จากเหตุผลต่อไป

เหตุผลที่ 4: บทความของคุณไม่ได้เขียนมาเพื่อผู้ซื้อ

บทความมีหลายประเภท ต่อละประเภทก็จะดึงดูด traffic คนละแบบกันเข้ามา ผมเคยทำเว็บเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเครื่องคอม มีคนเข้ามากันล้นหลาม แต่ไม่มีคนคลิก ก็เพราะว่าคนที่เข้ามาสนใจแต่การแก้ปัญหาเครื่องคอมของเขาเท่านั้น และบทความของผมก็ให้คำตอบได้อย่างครบถ้วนจริงๆ ซึ่งพอเขาได้คำตอบครบ เขาก็จะไม่สนอะไรอย่างอื่นอีกต่อไป พอได้คำตอบก็ปิดเว็บผมทันที ทำให้ไม่เกิดคลิกขึ้น ดังนั้นบทความที่จะทำให้เกิด traffic ที่มีคนคลิก ก็จะมีสองอย่าง อย่างแรก บททความที่มีเนื้อหาไม่ครบ แล้วตามด้วยป้ายโฆษณา หรือ ถ้าแบบถูกทำนองคลองธรรมก็จะเป็น บทความที่พูดถึงการเลือกซื้อ ซื้ออย่างไร ซื้อราคาแบบไหน ซื้อรุ่นอะไรดี (product review) นั่นแหละที่จะดึงดูด traffic ที่กำลังคิดจะซื้ออะไรบางอย่าง ที่จะทำให้ป้ายโฆษณา affiliate หรือป้าย adsense เกิดการคลิกขึ้น จบข่าว

Tuesday, September 8, 2009

แสดง AdSense ใน Blogger เฉพาะในแต่ละหน้าโพสต์

ต่อจากโพส ติด AdSense ให้คลิกง่ายใน Blogger เราก็ได้เห็นการติด Adsense แบบแทรกในเนื้อหาซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ทำเงินที่สุดกันไปแล้ว อีกทั้งผมก็ได้แก้ไขเทคนิคนั้นให้สมบูรณ์ใช้ได้กับทุก template แล้ว…

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะการวาง Ad ด้วยวิธีแทรกไว้ในโพสที่ผมได้บอกไปจากบทความนั้น จะทำให้ ad แสดงในหน้าทุกหน้าของบล็อก รวมถึงหน้าโฮมเพจด้วย ซึ่งเราไม่ควรทำ เพราะการจะแสดง Ad ในหน้าโฮมเพจที่มีโพสแสดงอยู่มากมาย จะทำให้ Ad นั้นแสดงมากเกินจำนวนที่ AdSense กำหนดได้ (ถ้าคุณตั้งในหน้าโฮมเพจแสดงโพสไว้เกิน 3 โพส) และทำให้ Ad มีราคาถูกลง เนื่องจากค่า CTR ลดลง ทำให้เสียรายได้ลงไปอีก ดังนั้นเราจะมาดูเทคนิคการวาง Ad เฉพาะหน้าโพสเดี่ยวๆ ที่เหมาะกับการวาง Ad แบบแทรกภายในโพสโดยเฉพาะกัน…



ถ้าคุณสังเกตุ Blogger ที่ทำเงิน ที่มีจำนวนบทความให้้อ่านมากๆ ทั้งหลาย เขาจัดเรียงบล็อกให้เหมือนกับเว็บ article directory ทั่วไป ที่หน้าโฮมเพจเป็นหน้าที่แสดงตัวอย่างโพสที่เรียงรายกันไปด้วยไทเทิ้ลและเนื้อหาอีก 3-4 เป็น excerpt เป็นให้คลิกอ่านต่อได้ (read more) เหมือนกับบล็อกของผม digitalmoneylife แห่งนี้เช่นกัน ที่จะทำให้หน้าโฮมเพจดูหลากหลายและมีบทความให้อ่านมากมาย แทนที่จะมี Ad วางอยู่เต็มไปหมดให้รบกวนสายตาผู้ชม เพราะอย่าลืมว่าผู้้ชมส่วนใหญ่ 60%-80% เข้ามาบล็อกคุณผ่านจาก Search Engine ทำให้เข้ามาทางโพสใดโพสหนึ่งมากกว่าเข้ามาทางหน้าโฮมเพจอยู่แล้ว และคนที่เข้ามาในหน้าโฮมเพจตรงๆ ส่วนใหญ่่จะเป็นผู้ชมขอประจำที่ไม่คลิก Ad อยู่แล้ว

ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการก็คือ การแสดง Ad แบบแทรกภายในโพสนี้ แสดงเฉพาะหน้าโพสเดี่ยวๆ เท่านั้น และไม่ให้มันแสดงในหน้าโฮมเพจเลย เพื่อที่เราจะได้แสดงไทเทิ้ลโพส และตัวอย่างโพสในหน้าโฮมเพจได้ในจำนวนมากๆ เท่าที่เราต้องการได้ โดยที่ไม่ต้องมากังวลกับจำนวนของ Ad ที่จะแสดงออกมามากเกินไป (ดูตัวอย่างบล็อกที่ผมทำไว้ได้ที่ Thaitouristinfo

เข้าไปดูแล้วจะเห็นว่า ผมได้แสดงเฉพาะ excerpt หรือตัวอย่างโพสในหน้าโฮมเพจ และต้องคลิกเข้าดูในโพสถึงจะเห็น Ad) และถ้าจะวาง Ad ในหน้าโฮมเพจ ผมก็แนะนำให้ใช้ Widget ซึ่งคุณสามารถวางได้ในตำแหน่งต่างๆ เช่น ใต้ header, footer หรือ sitebar ฯลฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับหน้าโฮมเพจมากกว่า การวางแบบแทรกในโพส ดังนั้นให้ให้คุณใส่โค้ด:





เมื่อวางโค้ดนี้เข้าไปก่อนหน้าและหลังโค้ด Adsense + คำสั่ง Float ก็จะมีหน้าตาของโค้ดทั้งหมดดังภาพต่อไปนี้ื



หรือ



คราวหน้าผมจะมาบอกเทคนิค Blogger ต่อในเรื่องการแสดง เฉพาะตัวอย่างโพสในหน้าโฮมเพจ (Excerpt Post Home Page) เพื่อทำให้ Blogger ที่มีบทความมากๆ ดูเป็นมืออาชีพ และน่าสนใจ ทำให้เพิ่มจำนวนผู้ชมขาประจำได้มากขึ้น



source : digitalmoneylife.com


Thursday, September 3, 2009

วาง AdSense ให้คลิกง่าย ทุกบทความ ใน Blogger.

การใช้ Blogger หาเงินกับ AdSense นั้นจะแบ่งได้เป็นคนสองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกไม่มีคลิก และกลุ่มที่สองคลิกมากันจังเลย เหตุผลง่ายๆ ที่สร้างความแตกต่างระหว่างคนสองกลุ่มนี้ก็คือ การเลือกตำแหน่งการวาง Ad หลังจากที่ได้ทดสอบกันมาหลายปี วันนี้ทุกคนต่างรู้แล้วว่าตำแหน่งในการวาง Ad ที่ดีที่สุด ที่ทำให้ได้คลิกมากที่สุด ก็คือ ใต้้ไทเทิ้ลของแต่ละโพส (มองภาพประกอบ) นอกจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของการแต่งสี แน่นอนครับ เรื่องสีสันกลมกลืนของ Ad นี้ใครๆ ก็รู้ดี ผมจึงจะไม่พูดมาก..





แต่การจะวาง Ad ในตำแหน่งทำเงินอย่างที่บอกไปนั้น ทางระบบของ Blogger เองก็ไม่ให้เราทำได้ง่ายนัก ถ้าคุณใช้ Widget จากเมนู Page Element ที่จับวางสร้างส่วนต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย คุณก็จะพบว่า Blogger จะไม่ให้เราสามารถวาง Ad ในตำแหน่งที่ว่านั้นได้เลย ไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ตาม แถมเราก็สร้าง Channel เพื่อใช้ติดตามผลกับ Ad Manager ใหม่ของ AdSense ก็ไม่ได้อีีกด้วย (ถ้าทำได้ภายใน Blogger บอกผมด้วยนะครับ แต่ผมหาไม่เจอ) ถ้าเราสร้าง Ad จากภายใน Blogger ดังนั้น เราจะต้องใช้วิชากันหน่อยเพื่อการทำเงินไม่ให้้น้้อยหน้าไปกว่าคนอื่น ด้วยการวาง Ad ตามแบบฉบับเว็บไซต์ธรรมดาที่เขาทำกันมาช้านาน มาดูขั้นตอนกันเลยครับ



1- ไปที่ Google AdSense เพื่อสร้าง ad ให้สีสันตรงกับ Template ที่คุณใช้ที่สุด แล้วสร้าง channel ให้ใหม่เพื่อการติดตามผลการทำเงินของ Ad ตัวนี้โดยเฉพาะ (ถ้ามองสีไม่ออก ให้เปิดบล็อกคุณขึ้นมาแล้วใช้เบราเซอร์ดูสีจาก Source Code)



2- เข้าไปที่ เมนู Layout > Edit HTML



3- คลิก Expand Widgets Templates



4- มองหาโค้ดต่อไปนี้ เพื่อใส่วางโค้ด AdSense ไว้ตรงกลางระหว่าง:

div class="’post-body"

[Google AdSense Code] อย่าลืมแปลง adsense code ก่อนด้วย Blogger Ad Code Converter นะครับ

data:post.body

หรือ

data:post.body /data:post.body

มาถึงตรงนี้ให้คุณลองไปยังโฮมเพจดูแล้ว ทดสอบดูก่อนว่าใช้ได้หรือไม่ ถ้ายัง ก็ให้มาดูว่าตกหล่นอะไรหรือไม่ จริงขั้นตอนนี้ก็ถือว่เสร็จแล้วสำหรับบางคน แต่สำหรับผมแล้วผมว่าเราควรทำให้มันสวยงามเป็นระเบียบขึ้นเหมือนในภาพตัวอย่าง เพื่อความน่าคลิกยิ่งขึ้น ด้วยการให้ Ad นั้นแสดงทางซ้าย และให้ตัวหนังสือ Wrap อยู่ทางขวาเหมือนการใส่ภาพทั่วไป ดังนั้นมาต่อขั้นตอนที่ 5 กันเลยครับ

5- ทำให้เนื้อหาของโพสพันรอบ Ad (Wrap) ด้วยการใช้คำสั่ง Float วางไว้ก่อนและหลังโค้ด AdSense ตามภาพและโค้ดดังนี้:

div style="”float:"

[Google AdSense Code]

/div

เมื่อเรียบร้อบแล้ว โค้ดทั้งหมดจะต้องมีหน้าตาดังต่อไปนี้



จะสังเกตุได้ว่า โค้ดที่ได้มาจาก adsense นั้นจะหน้าตาเปลี่ยนไป เพราะได้แปลงด้วย Blogger Ad Code Converter แล้ว จบแล้วครับสำหรับเทคนิคง่ายๆ นี้ คราวหน้าผมจะนำเอาเคล็ดลับการแสดง Ad เฉพาะหน้าโพส และการทำ Excerpt ในโฮมเพจมาฝากกันต่อ


source : Digitalmoneylife.com

วิธีการสมัคร Yuwie บล็อก

การสมัคร Yuwie จะต้องมีผู้แนะนำ (Upline) เท่านั้น โดยท่านจะต้องขอ link จากผู้แนะนำ ซึ่งในที่นี้ก็คือ

http://www.yuwie.com/yuwie.asp?r=981523&vid=


ให้ท่านคลิกตาม link ด้านบนและจะเป็นการเปิด website เข้าสู่การสมัครดังภาพ 1.1

รูป 1.1

ภาพ 1.1 เป็นหน้าต่างแรกที่เข้ามา ให้กดปุ่ม SIGN UP NOW เพื่อทำการสมัคร หลังจากกดปุ่ม SIGN UP NOW แล้ว ก็จะได้ดังภาพ 1.2



ให้กรอกข้อมูลทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษครับ (แนะนำว่าให้ใช้ Gmail ในการสมัคร)

รูป 1.2

หลังจากที่กรอกข้อมูลใน ภาพ 1.2 เสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม Next ก็จะได้ดังภาพ 1.3

ภาพ 1.3

ภาพ 1.3 นี้คือการถามซ้ำว่าคุณแน่ใจนะที่จะสมัครเป็น downline ของคนนี้ ถ้าสมัครแล้วเปลี่ยนไม่ได้นะ ให้กด OK ผ่านเลยครับ ก็จะได้ดังภาพ 1.4

ภาพ 1.4

ภาพ 1.4 เป็นการแสดงข้อมูลอีกครั้งเพื่อความแน่ใจถ้าถูกต้องก็ให้ใส่ Verify Characters ในช่องได้เลย แล้วก็กด Next จะได้ภาพ 1.5



ภาพ 1.5 นี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าเราสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยหน้านี้เราสามารถปิดไปได้ไม่ต้องกรอกข้อมูลอะไร
เพราะข้อมูลที่ขึ้นให้กรอกนี้เป็นแค่โฆษณาที่เอามาลงใน yuwie เท่านั้น
ซึ่งในกรณีเดียวกันเวลาเรา login เข้า yuwie อาจจะมีโฆษณาแบบนี้ขึ้น ซึ่งเราสามารถกดปุ่ม skip เพื่อข้ามตัวโฆษณานี้ไปที่หน้า control panel ได้เลย


หลังจากสมัคร yuwie เสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ต้องทำการยืนยัน account

ต่อไปจะเป็นขั้นตอนที่ทาง Yuwie จะส่งข้อความต้อนรับไปให้ทางเมลล์ที่เราสมัครไว้พร้อมกับส่งลิ้งค์ให้เรา activate account (ยืนยันการสมัครสมาชิก)

ให้คุณไปเปิด email เพื่อคลิก activate email ของคุณ ให้คุณปิดหน้าต่าง 1.5 ไปก่อน แล้วไปเปิด email ของคุณ ดังภาพ 1.6

หมายเหตุ สำหรับคนที่ใช้ hotmail ถ้าใน inbox ไม่มีเมลจาก yuwie ส่งมา ให้ไปดูที่ junkmail

ในกรณีที่เราไม่ได้รับอีเมลยืนยันการสมัครจาก yuwie คลิก

ภาพ 1.6

ภาพ 1.6 ในกรอบสีแดงเป็น email ที่ส่งมาจาก Yuwie คลิกเลยครับ จะได้ดังภาพ 1.7

ภาพ 1.7

ภาพ 1.7 ในกรอบสีแดงเป็น link ที่ใช้ activate คลิกแล้วจะเปิด web ของ yuwie ขึ้นมาดังภาพ 1.8

ภาพ 1.8

ภาพ 1.8 เป็นการบอกเราว่าตอนนี้เราได้สมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้คลิกที่ Click here to login ก็จะได้ภาพ 1.9

ภาพ 1.9

ภาพ 1.9 ให้กรอกอีเมลและพาสที่สมัครไว้เพื่อ login เข้าไปใช้งาน yuwie หลังจากคลิกที่ login ก็จะได้ภาพ 1.10

ภาพ 1.10

ภาพ 1.10 หลังจาก login เข้าไปก็จะเจอกับโฆษณา ซึ่งตรงนี้เราสามารถเลื่อนลงมาเพื่อคลิกปุ่ม skip ข้ามไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล ก็จะได้ภาพ 1.11

ภาพ 1.11

ภาพ 1.11 หน้านี้เป็นหน้า control panel ที่ใช้ควบคุมทุกอย่างใน blog ของเรา ให้คลิก SET YOUR TIMEZONE ก็จะได้ภาพ 1.12

ภาพ 1.12

ภาพ 1.12 ให้เลือกเวลา ณ ปัจจุบันหรือใกล้เคียง แล้วคลิกที่ Set time zone ก็จะได้ภาพ 1.13

ภาพ 1.13

ภาพ 1.13 ให้เลือก Edit Profile ก็จะได้ภาพ 1.14

ภาพ 1.14

ภาพ 1.14 ให้คลิก Change Your Photo ก็จะได้ภาพ 1.15

ภาพ 1.15

ภาพ 1.15 ให้คลิก Browse เพื่อเลือกรูปของตัวเอง แล้วก็ Upload ก็จะได้ภาพ 1.16

ภาพ 1.16

ภาพ 1.16 หลักจากอัพโหลดเสร็จแล้วก็จะเห็นรูปตัวเองที่มุมด้านซ้าย ต่อไปให้คลิกที่ control pane จะได้ดังรูป 1.17

ภาพ 1.17

ภาพ 1.17 ให้คลิกขวาที่รูปตัวเองแล้วเปิด Open link in new window(เป็นการเปิดดูหน้า blog ของเรา) จะได้ดังรูป 1.18

ภาพ 1.18

ภาพ 1.18 ก็คือหน้าตา blog ของเราน่ะครับ โดยที่ PERSONAL URL ก็คือ url ที่จะเข้า blog ของเรา

ก็เสร็จเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนสมัครสมาชิก หลังจากนี้ก็สามารถศึกษาคู่มือการใช้งาน Yuwie